นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ เผย ยอดจองห้องพักสงกรานต์ มีเพียง 60-70 % ถือว่าต่ำกว่าทุกปี คาดมาจากปัญหาการเมือง หวังสงกรานต์มีจะมีนักท่องเที่ยวมาถึง 90% ทำเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงและมีวันหยุดยาวหลายวัน ยอดการจองห้องพักภาพรวมในช่วงเวลาดังกล่าวมีประมาณ 60-70% มื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าน้อยมาก เพราะหากใกล้เทศกาลเช่นนี้ จะมียอดการจองเข้ามาแล้วประมาณ 90 % ซึ่งสาเหตุมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่กำลังร้อนแรงและมีการชุมนุม ซึ่งมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในขณะนี้
นายเอกวิทย์ กล่าวต่อว่า จังหวัดกระบี่มีห้องพักประมาณ 15,000 ห้อง ยังสามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ต่อเนื่อง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถหาห้องพักได้อย่างสะดวก และกระบี่เองก็พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาช่วงเทศกาล สงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ อาจมีเข้ามาพักในกระบี่ประมาณ 90% ส่วนยอดเงินสะพัดในช่วงดังกล่าว เชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ กล่าวด้วยว่า อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวไทย ที่เบื่อการเมืองที่ กรุงเทพฯเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหาดอ่าวนาง เกาะพีพี เกาะลันตา ซึ่งมีที่เที่ยวทางทะเลที่สวยงาม หรือการเดินป่าชมธรรมชาติเช่น เขาพนมเบญจาก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสะบายด้วย
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พบปมฆ่า'สุนัทที' โรงแรมหรู มูลค่ากว่า100ล.
ตร.พบปมสังหาร "สุนัทที เนื่องจำนงค์" เพิ่ม คาดอาจขัดผลประโยชน์โรงแรมที่เขาใหญ่ มูลค่ากว่า 100 ล้าน และพบหมายเลขโทรศัพท์อีกกว่า 10,000 เลขหมาย ที่ติดต่อในช่วงเกิดเหตุ แต่ไม่มีเบอร์ต้องสงสัย ...
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า คดีที่นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 พ.ย.นั้น ขณะนี้ กำลังรอผลการตรวจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากรถของผู้ตาย เพื่อคำนวณว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายน่าจะขับรถไปที่ไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งผลการตรวจสอบหารอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชุดสืบสวนตรวจพบว่า มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อระหว่างกัน ในช่วงวันและเวลาในบริเวณเกิดเหตุกว่า 10,000 เลขหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไล่เรียงทีละเบอร์แล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่พบเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัยแต่อย่างใด ส่วนปมผลประโยชน์ในตลาด "เนื่องจำนงค์" ในเขตเทศบาลบ้านบึง จ.ชลบุรี ที่ผู้ตายบริหารงานอยู่นั้น ยังพบประเด็นขัดแย้งธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผลประโยชน์มากกว่า 100 ล้านบาท ที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพิ่มเติมด้วย
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า คดีที่นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 พ.ย.นั้น ขณะนี้ กำลังรอผลการตรวจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากรถของผู้ตาย เพื่อคำนวณว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายน่าจะขับรถไปที่ไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งผลการตรวจสอบหารอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชุดสืบสวนตรวจพบว่า มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อระหว่างกัน ในช่วงวันและเวลาในบริเวณเกิดเหตุกว่า 10,000 เลขหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไล่เรียงทีละเบอร์แล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่พบเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัยแต่อย่างใด ส่วนปมผลประโยชน์ในตลาด "เนื่องจำนงค์" ในเขตเทศบาลบ้านบึง จ.ชลบุรี ที่ผู้ตายบริหารงานอยู่นั้น ยังพบประเด็นขัดแย้งธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผลประโยชน์มากกว่า 100 ล้านบาท ที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพิ่มเติมด้วย
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ดูไบปลื้ม เปิดโรงแรม 'อาร์มานี' สูงที่สุดในโลก
เปิดตัวโรงแรมอาร์มานี อาคารระฟ้าที่สุดในโลก ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังล่าช้าร่วมสัปดาห์เนื่องจากผลพวงภูเขาไฟไอซ์แลนด์ระเบิด สำหรับห้องพักสุดหรู ราคาเริ่ม 2.4 - 7 หมื่นบาท ต่อคืน...
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 27 เม.ย. จิออร์จิโอ อาร์มานี ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีชื่อดัง ร่วมเปิดโรงแรมอาร์มานี โฮเต็ล ดูไบ ที่ตัวเขาเป็นคนออกแบบสไตล์บ้านเกิดขนาด 160 ห้อง ส่วนแรกของเบอร์ก คาลิฟา โครงการอาคารระฟ้าที่สุดในโลกกว่า 828 เมตร ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังล่าช้าร่วมสัปดาห์เนื่องจากปัญหาผลพวงของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ระเบิด คาดเปิดแห่งที่ 2 ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
สนนราคาห้องพัก มีตั้งแต่ 750 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 24,000 บาท) ไปจนถึง 2,180 เหรียญสหรัฐฯ (เกือบ 70,000 บาท) แต่ไม่เปิดเผยมูลค่าการก่อสร้างโรงแรมระดับหรูติดแบรนด์ดัง กระนั้นก็สร้างความสบายใจกับกลุ่มผู้นำดูไบ นับแต่เผยโฉมตัวอาคารเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค. และต้องปิดซ่อมลิฟท์โดยไม่ชี้แจงสาเหตุแต่อย่างใด
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 27 เม.ย. จิออร์จิโอ อาร์มานี ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีชื่อดัง ร่วมเปิดโรงแรมอาร์มานี โฮเต็ล ดูไบ ที่ตัวเขาเป็นคนออกแบบสไตล์บ้านเกิดขนาด 160 ห้อง ส่วนแรกของเบอร์ก คาลิฟา โครงการอาคารระฟ้าที่สุดในโลกกว่า 828 เมตร ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังล่าช้าร่วมสัปดาห์เนื่องจากปัญหาผลพวงของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ระเบิด คาดเปิดแห่งที่ 2 ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
สนนราคาห้องพัก มีตั้งแต่ 750 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 24,000 บาท) ไปจนถึง 2,180 เหรียญสหรัฐฯ (เกือบ 70,000 บาท) แต่ไม่เปิดเผยมูลค่าการก่อสร้างโรงแรมระดับหรูติดแบรนด์ดัง กระนั้นก็สร้างความสบายใจกับกลุ่มผู้นำดูไบ นับแต่เผยโฉมตัวอาคารเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค. และต้องปิดซ่อมลิฟท์โดยไม่ชี้แจงสาเหตุแต่อย่างใด
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สหรัฐจับโจรแสบขโมยของตามโรงแรมรวมทั้งในไทย
หัวขโมยหน้าหล่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯควบคุมตัว หลังถือหนังสือเดินทางสัญชาติสเปนพยายามเข้าประเทศ หลังก่อคดีปล้นทรัพย์ตามโรงแรมหรูในหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วยเช่นกัน...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ ( 30 ก.ย. ) ว่า ตำรวจรัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกาจับกุมนายฮวน คาร์ลอส กุซมาน เบตันคอร์ต วัย 33 ปี ถือหนังสือเดินทางของสเปน ระหว่างพยายามเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนแคนาดา นายเบตันคอร์ต ถูกระบุก่อคดีตระเวนขโมยทรัพย์สินแขกเข้าพักตามโรงแรมหรูหลายแห่งในหลาย ประเทศ
สำหรับการก่อเหตุของนายเบตันคอร์ตนั้น อาศัยหน้าตาหล่อเหลา และการพูดจาสุภาพเรียบร้อย มีรายงานเพิ่มเติมว่าเคยหนีจากเรือนจำในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2548 และเป็นที่ต้องการตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายประเทศ ตั้งแต่แคนาดา โคลัมเบีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย เวเนซูเอลา รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ ( 30 ก.ย. ) ว่า ตำรวจรัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกาจับกุมนายฮวน คาร์ลอส กุซมาน เบตันคอร์ต วัย 33 ปี ถือหนังสือเดินทางของสเปน ระหว่างพยายามเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนแคนาดา นายเบตันคอร์ต ถูกระบุก่อคดีตระเวนขโมยทรัพย์สินแขกเข้าพักตามโรงแรมหรูหลายแห่งในหลาย ประเทศ
สำหรับการก่อเหตุของนายเบตันคอร์ตนั้น อาศัยหน้าตาหล่อเหลา และการพูดจาสุภาพเรียบร้อย มีรายงานเพิ่มเติมว่าเคยหนีจากเรือนจำในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2548 และเป็นที่ต้องการตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายประเทศ ตั้งแต่แคนาดา โคลัมเบีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย เวเนซูเอลา รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
เปิดโลกความหรูหราระดับตำนาน โรงแรมเคมปินสกี้
อีกเพียงสองเดือนเศษเท่านั้น ในเดือนมิถุนายนนี้ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ก็จะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ภายใต้แนวคิด "Luxury City Resort" และเพื่อให้เข้าถึงจิต วิญญาณที่แท้จริงของโรงแรมหรูระดับตำนาน ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 113 ปี ทางกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้จึงเชิญสื่อมวลชนชาวไทยเดินทางไปเยี่ยมชมความหรูหราประณีต และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของงานบริการสไตล์ ยุโรปแท้ๆ โดยตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา โรงแรมเคมปินสกี้ได้ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ หน้าสำคัญนับไม่ถ้วน รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ ด้านสถาปัตยกรรม ที่กลายเป็นแลนด์มาร์คของแต่ละประเทศ
Ciragan Palace
จุดหมายปลายทางแรกที่ชาวคณะไปเยี่ยมชม คือ Emirates Palace Abu Dhabi โรงแรมสุดหรูแพงระยับที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอาบูดาบี เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2005 ลงทุนสร้างโดยรัฐบาลอาบูดาบี แต่อยู่ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ ใช้งบก่อสร้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 1,900 ล้านปอนด์ กินอาณาเขตกว้างขวางกว่า 850,000 ตารางเมตร อาคารภายนอกโรงแรมประกอบด้วยยอดโดม 114 หลัง แต่ละหลังมีความสูงถึง 60 เมตร ส่วนภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนชั้นเลิศจากอิตาลี และเหลืองอร่ามไปด้วยทองคำแท้ๆทั่วทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่ในห้องน้ำ ที่นี่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว และท่าจอดเรือส่วนตัว โดยทุกอย่างเนรมิตขึ้นใหม่หมดด้วยเงินจากการค้าน้ำมัน เหมือนที่เคยใช้เงินเนรมิตอาบูดาบีเมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อน เปลี่ยนโฉมหน้าจากเมืองทะเลทราย กลายเป็นเมืองทันสมัยที่สุด
Emirates Palace
นอกเหนือจากห้องพัก 302 ห้อง และห้องสวีต 92 ห้อง ที่นี่ยังมีห้องสวีต สุดเอ็กซ์คลูซีฟ "พาเลซ สวีต" ไว้คอยบริการแขกเหรื่อระดับเวิลด์คลาส รวมถึงพระราชวงศ์ระดับสูง บุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และผู้นำประเทศต่างๆ เหมาพื้นที่ยกฟลอร์ทั้งชั้น 6 และชั้น 7 ห้ามบุคคลภายนอกขึ้นมายุ่มย่ามเด็ดขาด โดยจะมีลิฟต์ส่วนตัวคอยให้บริการ และบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้เซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับห้องสวีตที่แพงที่สุด คือ "Palace Grand Suite" ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 7,319 ตารางฟุต ราคาตกคืนละเกือบ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ-อเมริกา ภายในประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ 3 ห้อง ห้องอาหารสุดเอเลแกนต์ และห้องโถงใหญ่ ประดับทองคำเหลืองอร่าม มีแชนเดอเลียคริสตัลสวารอฟสกี้ระยิบระยับ เป็นจุดเด่น เพิ่มความหรูหราอลังการ เสมือนหนึ่งกำลังพำนักอยู่ในพระราชวังหรูของเจ้าชายอาหรับ
จากเมืองอาบูดาบี ชาวคณะเดินทางต่อไปยังกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพันหนึ่งราตรี เพื่อเยี่ยมชมความงดงามมีเสน่ห์ของ Ciragan Palace Kempinski Istanbul หนึ่งในโรงแรมที่โด่งดังมีชื่อเสียงที่สุดในเครือเคมปินสกี้ แม้ที่นี่จะหรูหราอลังการสู้ "เอมิเรตส์ พาเลซ" ไม่ได้ แต่ก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานน่าสนใจยิ่ง
โรงแรมแห่งนี้ดัดแปลงมาจากพระราชวังชีราอาน ซึ่งสุลต่านอับดุลอาซิส องค์ ประมุขแห่งอาณาจักร ออตโตมัน ทรงสร้างขึ้นในช่วงปี 1863-1867 ฝีมือการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวอาร์เมเนีย สมัยนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่สุลต่านออตโตมันจะต้องทรงสร้างพระราชวังของพระองค์เองขึ้นใหม่ แทนที่จะทรงใช้พระราชวังเดิมของสุลต่านองค์ก่อนๆ พระราชวังแห่งนี้สร้างในสไตล์บาร็อค โอบล้อมไปด้วยกำแพงหินอ่อน สีสันงดงามจับใจ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลด้านยุโรปของบอสฟอรัส ใจกลางกรุงอิสตันบูล มองเห็นทิวทัศน์บ้านเมืองของฝั่งโซนเอเชียได้แบบพาโนราม่า 360 องศา ใช้เวลาสร้าง และตกแต่งนานเกือบ 10 ปี แต่โชคร้ายที่องค์สุลต่านทรงมีโอกาสประทับในพระราชวังแห่งนี้เพียงไม่กี่ปีก็เสด็จสวรรคต
เมื่อเข้าสู่ยุคปกครองของสุลต่านเมห์เม็ตที่ 5 ได้ทรงอนุญาตให้ใช้พระราชวังชีราอาน เป็นที่ประชุมรัฐสภา กระนั้นใช้งานได้สองเดือน พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อปี 1910 เผาผลาญทุกอย่างจนวอดวาย เหลือเพียงแต่กำแพงหินอ่อนเป็นอนุสรณ์ต่างหน้า ภายหลังซากปรักหักพังของพระราชวังถูกดัดแปลงเป็นสนามฟุตบอลอยู่หลายปี กระทั่งปี 1989 มีนายทุนญี่ปุ่นควักกระเป๋าซื้อซากพระราชวังเก่า เพื่อบูรณะซ่อมแซมเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว พร้อมสร้างอาคารสมัยใหม่ เพิ่มเติมบนพื้นที่บริเวณสวน จนกลายเป็นโรงแรมชีราอาน พาเลซ เคมปินสกี้ อิสตันบูล ในปัจจุบัน
การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ คงจะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ถ้าพลาดการเยือน Adlon Kempinski Berlin โรงแรมระดับตำนานในเครือเคมปินสกี้ ซึ่งได้ชื่อว่าหรูหราสง่างามที่สุดในโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1907 โดย "มร. ลอเรนซ์ แอดลอน" เศรษฐีพ่อค้าไวน์ และเจ้าของร้านอาหารหรู ในกรุงเบอร์ลิน เขา เลือกทำเลทองใจกลางเมืองในย่าน Pariser Platz บนถนน Unter den Linden เป็นที่ตั้งโรงแรม ตั้งอยู่ด้านขวามือของประตูบรานเดนบวร์ก ประตูเมืองเก่าแก่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบอร์ลิน บนยอดประตูชัยมีรูปปั้นพระนางควอดริก้า ราชินีแห่งชัยชนะ ควบรถเทียมม้า 4 ตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของเบอร์ลิน ในมือถืออิสริยาภรณ์กางเขนเหล็ก กับพวงมาลัยใบมะกอก และนกอินทรี แสดงถึงพลานุภาพ
ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงสงคราม โลกครั้งที่สอง โรงแรมแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน โรงแรมหรูหราโด่งดังที่สุดของยุโรป ได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลดังๆระดับโลกมากมาย ไล่ตั้งแต่ หลุยส์ บรู๊คส์, ชาร์ลี แชปลิน, เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์, โจเซฟิน เบเกอร์ และมาร์ลีน ดีทริช ซึ่งถ้าเส้นไม่ใหญ่จริงคงยึดทำเลทองระดับนี้ไม่ได้ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางสถานทูตใหญ่ๆของชาติมหาอำนาจโลก ไม่ว่าจะเป็น สถานทูตอังกฤษ, อเมริกา, ฝรั่งเศส และอยู่ไม่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล รวมถึงที่ทำการกระทรวงสำคัญๆ
อย่างไรก็ดี แม้จะรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในปี 1945 โรงแรมหรูต้องจมอยู่ในกองเพลิง เพราะอุบัติเหตุจากความเมามายของทหารโซเวียต หลังสิ้นสุดสงครามโลก มีความพยายามบูรณะซ่อมแซมโรงแรมขึ้นใหม่หลายครั้ง จนกระทั่งกำแพงเบอร์ลินถูกทำลายในปี 1990 จึงเปิดโอกาสให้นายทุนใหม่จากเยอรมันตะวันตกเข้าซื้อกิจการ และสร้างโรงแรมแอดลอนขึ้นใหม่บนทำเลที่ตั้งเดิม ในปี 1997 ภายใต้ยุคใหม่มีการเนรมิตห้องสวีตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ขึ้นเฉพาะอีก 3 ห้อง เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมือง โดยสุดยอดของห้องสวีต หรูต้องยกให้ "Adlon Royal Suite" ซึ่งขึ้น ชื่อว่าเป็นห้องสวีตที่ปลอดภัยที่สุดในโลก มีการติดตั้งระบบซีเคียวริตี้ ป้องกันแน่นหนามาก และยังมีบริการบอดี้การ์ดส่วน ตัวโชเฟอร์ส่วนตัวพร้อมรถลีมูซีน และลิฟต์ขึ้นลงส่วนตัว 2 ตัว ที่เชื่อมต่อไปยังที่จอดรถชั้นใต้ดินโดยตรง ราคาความหรูหราระดับนี้ ตกคืนละ 20,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 9 แสนบาท!
Ciragan Palace
จุดหมายปลายทางแรกที่ชาวคณะไปเยี่ยมชม คือ Emirates Palace Abu Dhabi โรงแรมสุดหรูแพงระยับที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอาบูดาบี เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2005 ลงทุนสร้างโดยรัฐบาลอาบูดาบี แต่อยู่ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ ใช้งบก่อสร้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 1,900 ล้านปอนด์ กินอาณาเขตกว้างขวางกว่า 850,000 ตารางเมตร อาคารภายนอกโรงแรมประกอบด้วยยอดโดม 114 หลัง แต่ละหลังมีความสูงถึง 60 เมตร ส่วนภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนชั้นเลิศจากอิตาลี และเหลืองอร่ามไปด้วยทองคำแท้ๆทั่วทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่ในห้องน้ำ ที่นี่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว และท่าจอดเรือส่วนตัว โดยทุกอย่างเนรมิตขึ้นใหม่หมดด้วยเงินจากการค้าน้ำมัน เหมือนที่เคยใช้เงินเนรมิตอาบูดาบีเมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อน เปลี่ยนโฉมหน้าจากเมืองทะเลทราย กลายเป็นเมืองทันสมัยที่สุด
Emirates Palace
นอกเหนือจากห้องพัก 302 ห้อง และห้องสวีต 92 ห้อง ที่นี่ยังมีห้องสวีต สุดเอ็กซ์คลูซีฟ "พาเลซ สวีต" ไว้คอยบริการแขกเหรื่อระดับเวิลด์คลาส รวมถึงพระราชวงศ์ระดับสูง บุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และผู้นำประเทศต่างๆ เหมาพื้นที่ยกฟลอร์ทั้งชั้น 6 และชั้น 7 ห้ามบุคคลภายนอกขึ้นมายุ่มย่ามเด็ดขาด โดยจะมีลิฟต์ส่วนตัวคอยให้บริการ และบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้เซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับห้องสวีตที่แพงที่สุด คือ "Palace Grand Suite" ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 7,319 ตารางฟุต ราคาตกคืนละเกือบ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ-อเมริกา ภายในประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ 3 ห้อง ห้องอาหารสุดเอเลแกนต์ และห้องโถงใหญ่ ประดับทองคำเหลืองอร่าม มีแชนเดอเลียคริสตัลสวารอฟสกี้ระยิบระยับ เป็นจุดเด่น เพิ่มความหรูหราอลังการ เสมือนหนึ่งกำลังพำนักอยู่ในพระราชวังหรูของเจ้าชายอาหรับ
จากเมืองอาบูดาบี ชาวคณะเดินทางต่อไปยังกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพันหนึ่งราตรี เพื่อเยี่ยมชมความงดงามมีเสน่ห์ของ Ciragan Palace Kempinski Istanbul หนึ่งในโรงแรมที่โด่งดังมีชื่อเสียงที่สุดในเครือเคมปินสกี้ แม้ที่นี่จะหรูหราอลังการสู้ "เอมิเรตส์ พาเลซ" ไม่ได้ แต่ก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานน่าสนใจยิ่ง
โรงแรมแห่งนี้ดัดแปลงมาจากพระราชวังชีราอาน ซึ่งสุลต่านอับดุลอาซิส องค์ ประมุขแห่งอาณาจักร ออตโตมัน ทรงสร้างขึ้นในช่วงปี 1863-1867 ฝีมือการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวอาร์เมเนีย สมัยนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่สุลต่านออตโตมันจะต้องทรงสร้างพระราชวังของพระองค์เองขึ้นใหม่ แทนที่จะทรงใช้พระราชวังเดิมของสุลต่านองค์ก่อนๆ พระราชวังแห่งนี้สร้างในสไตล์บาร็อค โอบล้อมไปด้วยกำแพงหินอ่อน สีสันงดงามจับใจ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลด้านยุโรปของบอสฟอรัส ใจกลางกรุงอิสตันบูล มองเห็นทิวทัศน์บ้านเมืองของฝั่งโซนเอเชียได้แบบพาโนราม่า 360 องศา ใช้เวลาสร้าง และตกแต่งนานเกือบ 10 ปี แต่โชคร้ายที่องค์สุลต่านทรงมีโอกาสประทับในพระราชวังแห่งนี้เพียงไม่กี่ปีก็เสด็จสวรรคต
เมื่อเข้าสู่ยุคปกครองของสุลต่านเมห์เม็ตที่ 5 ได้ทรงอนุญาตให้ใช้พระราชวังชีราอาน เป็นที่ประชุมรัฐสภา กระนั้นใช้งานได้สองเดือน พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อปี 1910 เผาผลาญทุกอย่างจนวอดวาย เหลือเพียงแต่กำแพงหินอ่อนเป็นอนุสรณ์ต่างหน้า ภายหลังซากปรักหักพังของพระราชวังถูกดัดแปลงเป็นสนามฟุตบอลอยู่หลายปี กระทั่งปี 1989 มีนายทุนญี่ปุ่นควักกระเป๋าซื้อซากพระราชวังเก่า เพื่อบูรณะซ่อมแซมเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว พร้อมสร้างอาคารสมัยใหม่ เพิ่มเติมบนพื้นที่บริเวณสวน จนกลายเป็นโรงแรมชีราอาน พาเลซ เคมปินสกี้ อิสตันบูล ในปัจจุบัน
การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ คงจะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ถ้าพลาดการเยือน Adlon Kempinski Berlin โรงแรมระดับตำนานในเครือเคมปินสกี้ ซึ่งได้ชื่อว่าหรูหราสง่างามที่สุดในโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1907 โดย "มร. ลอเรนซ์ แอดลอน" เศรษฐีพ่อค้าไวน์ และเจ้าของร้านอาหารหรู ในกรุงเบอร์ลิน เขา เลือกทำเลทองใจกลางเมืองในย่าน Pariser Platz บนถนน Unter den Linden เป็นที่ตั้งโรงแรม ตั้งอยู่ด้านขวามือของประตูบรานเดนบวร์ก ประตูเมืองเก่าแก่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบอร์ลิน บนยอดประตูชัยมีรูปปั้นพระนางควอดริก้า ราชินีแห่งชัยชนะ ควบรถเทียมม้า 4 ตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของเบอร์ลิน ในมือถืออิสริยาภรณ์กางเขนเหล็ก กับพวงมาลัยใบมะกอก และนกอินทรี แสดงถึงพลานุภาพ
ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงสงคราม โลกครั้งที่สอง โรงแรมแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน โรงแรมหรูหราโด่งดังที่สุดของยุโรป ได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลดังๆระดับโลกมากมาย ไล่ตั้งแต่ หลุยส์ บรู๊คส์, ชาร์ลี แชปลิน, เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์, โจเซฟิน เบเกอร์ และมาร์ลีน ดีทริช ซึ่งถ้าเส้นไม่ใหญ่จริงคงยึดทำเลทองระดับนี้ไม่ได้ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางสถานทูตใหญ่ๆของชาติมหาอำนาจโลก ไม่ว่าจะเป็น สถานทูตอังกฤษ, อเมริกา, ฝรั่งเศส และอยู่ไม่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล รวมถึงที่ทำการกระทรวงสำคัญๆ
อย่างไรก็ดี แม้จะรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในปี 1945 โรงแรมหรูต้องจมอยู่ในกองเพลิง เพราะอุบัติเหตุจากความเมามายของทหารโซเวียต หลังสิ้นสุดสงครามโลก มีความพยายามบูรณะซ่อมแซมโรงแรมขึ้นใหม่หลายครั้ง จนกระทั่งกำแพงเบอร์ลินถูกทำลายในปี 1990 จึงเปิดโอกาสให้นายทุนใหม่จากเยอรมันตะวันตกเข้าซื้อกิจการ และสร้างโรงแรมแอดลอนขึ้นใหม่บนทำเลที่ตั้งเดิม ในปี 1997 ภายใต้ยุคใหม่มีการเนรมิตห้องสวีตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ขึ้นเฉพาะอีก 3 ห้อง เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมือง โดยสุดยอดของห้องสวีต หรูต้องยกให้ "Adlon Royal Suite" ซึ่งขึ้น ชื่อว่าเป็นห้องสวีตที่ปลอดภัยที่สุดในโลก มีการติดตั้งระบบซีเคียวริตี้ ป้องกันแน่นหนามาก และยังมีบริการบอดี้การ์ดส่วน ตัวโชเฟอร์ส่วนตัวพร้อมรถลีมูซีน และลิฟต์ขึ้นลงส่วนตัว 2 ตัว ที่เชื่อมต่อไปยังที่จอดรถชั้นใต้ดินโดยตรง ราคาความหรูหราระดับนี้ ตกคืนละ 20,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 9 แสนบาท!
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)